การ์ดอย่าตก การจัดหาอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิ เพื่อคัดครอง

    s__10412035

           


                                            

     

                

    วันอาสาฬหบูชา 2560 ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม โดยวันอาสาฬหบูชา คือวันที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมเทศนา หรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้เป็นครั้งแรก
    สำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน คงทราบกันดีว่า ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี จะตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกหนึ่งวัน นั่นคือ "วันอาสาฬหบูชา" ซึ่งในปี 2560 วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม (ขึ้น 15 คํ่า เดือน 8) แต่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบความเป็นมาเกี่ยวกับวันอาสาฬหบูชาเท่าใดนัก ดังนั้นวันนี้เรามีประวัติวันอาสาฬหบูชามาฝากกันค่ะ
    ทั้งนี้ คำว่า "อาสาฬหบูชา" สามารถอ่านได้ 2 แบบ คือ อา-สาน-หะ-บู-ชา หรือ อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา ซึ่งจะประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ อาสาฬห ที่แปลว่า เดือน 8 ทางจันทรคติ กับคำว่า บูชา ที่แปลว่า การบูชา เมื่อนำมารวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน 8 หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน 8
    วันอาสาฬหบูชา คือวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จนพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี
    ทั้งนี้พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 เรียกว่า "ธัมมจักกัปปวัตนสูตร" แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม ซึ่งหลังจากปฐมเทศนา หรือเทศนากัณฑ์แรกที่พระองค์ทรงแสดงจบลง พระอัญญาโกณฑัญญะก็ได้ดวงตาเห็นธรรม สำเร็จเป็นพระโสดาบัน จึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าก็ได้ประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีที่เรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" พระโกณฑัญญะจึงได้เป็น พระอริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา ต่อมา พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม และได้อุปสมบทตามลำดับ
    สำหรับใจความสำคัญของการปฐมเทศนา มีหลักธรรมสำคัญ 2 ประการ คือ
    1. มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง ๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้ มิใช่การดำเนินชีวิตที่เอียงสุด 2 อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ
    การหมกมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่าเป็นการหลงเพลิดเพลินหมกมุ่นในกามสุข หรือกามสุขัลลิกานุโยค
    การสร้างความลำบากแก่ตน ดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น ซึ่งการดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค
    ดังนั้น เพื่อละเว้นห่างจากการปฏิบัติทางสุดเหล่านี้ ต้องใช้ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยมีหลัก ปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ 8 ประการ เรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมัคค์ หรือ มรรคมีองค์ 8 ได้แก่
    1. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง
    2. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม
    3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต
    4. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต
    5. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต
    6. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี
    7. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่เผลอพลาด
    8. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน
    2. อริยสัจ 4 แปลว่า ความจริงอันประเสริฐของอริยะ ซึ่งคือ บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่
    1. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ บุคคลต้องกำหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงว่ามันคืออะไร ต้องยอมรับรู้ กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง ต้องเข้าใจในสภาวะโลกว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ไม่ยึดติด
    2. สมุทัย ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหา ตัวการสำคัญของทุกข์ คือ ตัณหาหรือเส้นเชือกแห่งความอยากซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ
    3. นิโรธ ได้แก่ ความดับทุกข์ เริ่มด้วยชีวิตที่อิสระ อยู่อย่างรู้เท่าทันโลกและชีวิต ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญา
    4. มรรค ได้แก่ กระบวนวิธีแห่งการแก้ปัญหา อันได้แก่ มรรคมีองค์ 8 ประการดังกล่าวข้างต้น
    ประวัติของวันเข้าพรรษา
    วันเข้าพรรษา มีความสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนและเป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนา ซึ่งถือว่าเป็นกรณียกิจพิเศษสำหรับพระภิกษุสงฆ์ จะมีการประชุมกันในพระอุโบสถ ไหว้พระสวดมนต์ ขอขมาซึ่งกันและกัน เสร็จแล้วก็ประกอบพิธีเข้าพรรษา ภิกษุจะอธิษฐานใจตนเองว่า ตลอดฤดูกาลเข้าพรรษานี้ตนเองจะไม่ไปไหน
    ชาวบ้าน กลุ่มหนึ่งพากันกล่าวตำหนิพระสงฆ์ ที่เดินย่ำไปเหยียบข้าวกล้าของชาวนาเสียหาย ไม่ยอมหยุดยั้งแม้ในระหว่างฤดูฝน เพราะแม้แต่ฝูงนกยังหยุดพักผ่อนไม่ท่องเที่ยวไปไหน และเมื่อเรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้าพระองค์จึงทรงรับสั่งให้พระสงฆ์ประชุมแล้วจึงทรงบัญญัติเรื่องการเข้าพรรษาไว้ว่า "อนุชานามิ ภิกขะเว อุปะคันตุง" หมายถึง "ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้พวกเธออยู่จำพรรษา"
    สาเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระสงฆ์จำพรรษาอยู่ที่วัดตลอด 3 เดือน เพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักเพื่อเผยแพร่ศาสนาไปตามสถานที่ต่าง ๆเพราะอยู่ในช่วงฤดูฝน จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเพื่อป้องกันความเสียหายจากการอาจเดินเหยียบย่ำธัญพืชของชาวบ้านที่ปลูกลงแปลงในฤดูฝน และเป็นช่วงเวลาหรือโอกาสสำคัญในรอบปีที่พระสงฆ์จะได้มาอยู่จำพรรษารวมกัน เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยจากพระสงฆ์ที่ทรงความรู้ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ด้วย
    พุทธศาสนิกชนชาวไทย ได้เริ่มบำเพ็ญกุศลเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษานี้ ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ดังข้อความในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่า "พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองสุโขทัยนี้ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ทั้งท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขันทั้งสิ้นทั้งหลายทั้งหญิงทั้งชายฝูงท่วยมีศรัทธาในพุทธศาสน์ มักทรงศีล เมื่อพรรษาทุกคน" ซึ่งนอกจากการรักษาศีลแล้ว พุทธศาสนิกชนไทยยังได้บำเพ็ญกุศลอื่น อย่างการถวาย เตียงตั่ง เสื่อสาด ผ้าจำนำพรรษา อาหารหวานคาวยารักษาโรค และธูปเทียนจำนำพรรษา เพื่อบูชาพระรัตนตรัยในเดือนแปด(๘)
    ในปี พ.ศ.2551 รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันเข้าพรรษาเป็น "วันงดดื่มสุราแห่งชาติ" อีกด้วย และประกาศห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วราชอาณาจักรในปีถัดมาทั้งนี้เพื่อรณรงค์ให้ชาวไทยตั้งสัจจะอธิษฐานงดการดื่มสุราในวันเข้าพรรษาและในช่วง 3 เดือนระหว่างฤดูเข้าพรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริมค่านิยมที่ดีให้แก่สังคมไทย
    กิจกรรมที่นิยมทำในวันเข้าพรรษา
    ในวันเข้าพรรษาและช่วงฤดูพรรษากาลตลอดทั้ง 3 เดือน พุทธศาสนิกชนชาวไทยถือเป็นโอกาสอันดีที่จะบำเพ็ญกุศลด้วยการ
    ทำกิจกรรมต่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับทางพระพุทธศาสนา ซึ่งการที่ชาวไทยได้มีโอกาสทำบุญในวันสำคัญทางศาสนานี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเอง ซึ่งอาจได้ทำบุญกันแบบพร้อมหน้าครอบครัวด้วยเพราะเป็นวันหยุดต่อเนื่องจากวัน อาสาฬหบูชา
    เข้าวัดทำบุญ
    เป็นอีกหนึ่งวันที่พุทธศาสนิกชนชาวไทย จะได้เข้าวัดทำบุญใส่บาตร ฟังพระธรรมเทศนา หลังจากวัน อาสาฬหบูชา เรียกว่า ได้มีโอกาสทำบุญติดกันถึงสองวัน เลยทีเดียว นอกจากการทำบุญแล้ว ยังมีการถวายหลอดไฟ , เทียนเข้าพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน แก่พระสงฆ์ด้วย เพื่อสำหรับให้พระสงฆ์ได้ใช้สำหรับการอยู่จำพรรษา มีชายไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนหลลายคน ที่ นิยมถือบรรพชาอุปสมบทเป็นพระสงฆ์เพื่ออยู่จำพรรษาตลอดฤดูพรรษากาลทั้ง 3 เดือน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "บวชเอาพรรษา"
    หล่อเทียนพรรษา
    ก่อนวันเข้าพรรษา ที่มักจะเห็นกันบ่อยๆ ก็คือพิธีหล่อเทียนจำนำพรรษา ซึ่งตามสถานศึกษา นักเรียนก็จะได้ทำกิจกรรมนี้ในโรงเรียน หรือตามวัด สถานที่ราชการ และตามห้างสรรพสินค้า ที่จะจัดให้มีการหล่อเทียน แม้ว่าเทียนอาจไม่ได้มีความจำเป็นที่ต้องใช้สักเท่าไหร่แล้ว แต่ก็เป็นกิจกรรมส่งเสริมและถือว่าให้ความสำคัญกับประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาที่สืบต่อกันมานั่นเอง
    ถวายเทียนพรรษา
    เมื่อทำการหล่อเทียนพรรษาเสร็จแล้ว ก็ต้องมีพิธีถวายเทียนพรรษา แล้วก็มีประเพณี พิธีแห่เทียนจำนำพรรษาที่ชาวพุทธนิยมทำกัน ซึ่งจะมีขบวนสาธุชน ดอกไม้ อาจมีการเวียนรอบพระอุโบสถก่อน แล้วจึงนำไปถวายแด่คณะสงฆ์วัดนั้นๆ สมัยนี้นอกจากเทียนแล้ว การถวายหลอดไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งก็เป็นการถวายแสงสว่างให้กับพระภิกษุสงฆ์เหมือนกับเราได้ถวายเทียนพรรษานั่นเอง ซึ่งถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่ง
    งดเว้นอบายมุขต่างๆ
    สำหรับกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา ก็เป็นกิจกรรมที่มีหน่วยงานให้การสนับสนุน แม้ว่า 3 เดือน อาจไม่เพียงพอต่อการงดเหล้า เพราะเหล้าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่อย่างน้อยก็เป็นสิ่งดีๆ ที่เราจะได้เริ่มต้นตั้งใจในการทำความดีเพื่อตนเองและอาจมีกำลังใจในการเลิกเหล้าไปตลอดชีวิตเลยก็ได้
    ข้อควรระวังและสิ่งที่ไม่ควรทำในกิจกรรมวันเข้าพรรษา
    การงดเว้นบาปและความชั่วต่างๆ เป็นหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ต้องการให้ชาวไทยทุกคนยึดมั่น และยึดถือต่อๆ กันมา ในสิ่งที่ดีๆ การได้เริ่มต้นทำสิ่งดีๆ ในช่วงสามเดือนนี้ อาจจะทำให้เป็นการเริ่มต้นที่ดีของวันต่อๆไป แต่ข้อควรระวัง และสิ่งที่ไม่ควรทำในวันเข้าพรรษาที่ไม่น่าจะทำเลยก็คือ
    การทำบาป
    เพราะวันเข้าพรรษา ถือเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ควรงดเว้นจากบาป ความชั่ว และอบายมุขต่างๆถือว่าเป็นสิ่งที่ดี บางคนไม่ได้ตั้งใจจะรักษาศีล เพราะไม่ได้สมาทานไว้ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ที่จะทำให้เสียศีล ก็จะสามารถใช้สติและคิดงดเว้นได้ขณะนั้น เช่น เจอกระเป๋าเงิน เจ้าของวางไว้ คิดจะหยิบไป แต่แล้วช่วงเวลานั้น ก็เกิดละอายใจและกลัวบาป จึงไม่ขโมย
    อบายมุข
    การงดเว้น ความชั่ว และอบายมุข ด้วยการรักษาศีล 5 หรือศีล 8 จากพระสงฆ์ พยายามไม่ทำให้ศีลขาด แม้จะมีสิ่งยั่วยวนภายนอกมาเร้า เช่นการพนันทุกชนิด ถือว่าเป็นการงดเว้นด้วยความตั้งใจที่จะปฏิบัติ เป็นความตั้งใจที่จะรักษาศีลอยู่ตลอดเวลา ควรใช้สติก่อนที่จะลงมือเล่น เพราะอาจจะทำให้เสียทรัพย์สินจนหมดตัว ทำให้ขาดสติ และอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
    ดื่มเหล้า
    เป็นหนึ่งในอบายมุข เหล้าเป็นของมึนเมา ที่จะทำให้ผู้ดื่มขาดสติ ซึ่งจะนำมาต่อการเสียทรัพย์สินหรือชีวิตเช่นกัน จึงได้มีประกาศออกมาให้วันเข้าพรรษา เป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ อีกด้วย จึงเป็นที่มาของคำว่า "งดเหล้าเข้าพรรษา" ซึ่งอบายมุข หรือ ช่องทางของความเสื่อม มีด้วยกัน 6 ทาง คือ 1.ติดสุราและของมึนเมา 2.ชอบเที่ยวกลางคืน 3.ชอบเที่ยวดูการละเล่น 4.เล่นการพนัน 5.คบคนชั่วเป็นมิตร 6.เกียจคร้านการงาน
    เพราะว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังเป็น ปุถุชน ที่ยังหลงมัวเมาอยู่ในกิเลส ตัณหาที่หลอกล่อให้เราติดใจในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส
    การกระทำความดีนั้น เป็นสิ่งที่มนุษย์พึงปฏิบัติอยู่แล้ว ส่วนการทำความชั่ว หากได้ลองทำสักครั้งหนึ่งอาจยากที่จะถอนตัว คนเราจึงเกิดความทุกข์ไม่มีที่สิ้นสุด
    แนวทางการส่งเสริมกิจกรรมในวันเข้าพรรษา
    เพราะวันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญทางศาสนา เป็นประเพณีปฏิบัติของชาวพุทธ ที่ได้กระทำมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลในพุทธศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีมาเป็นเวลายาวนาน เป็นการแสดงออกถึงการยึดมั่นสืบสานงานบุญทางพุทธศาสนาและเป็นกาละเป็นการร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ซึ่งการส่งเสริมแนวทางการจัดกิจกรรมวันเข้าพรรษาก็เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิตของชุมชน การมีส่วนร่วมของชุมชน แสดงให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความสามัคคีของคนในชุมชน
    ร่วมทำกิจกรรมในชุมชน
    การหล่อเทียนจำนำพรรษา หรืองานแห่เทียนพรรษา เป็นงานที่ทำให้วัยรุ่น หนุ่มสาว เยาวชน ได้มีโอกาสใกล้ชิดและสัมผัส กับศิลปวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด จะมีทั้งผู้สูงอายุและคนหนุ่มสาว ซึ่งรวมถึงการทำบุญตักบาตร และกิจกรรมดีๆร่วมกัน ซึ่งคาดหวังได้ว่า ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น จะสืบทอดต่ออีกยาวนาน
    ส่งเสริมศาสนา กิจกรรมการศึกษา และวัฒนธรรม
    เพื่อเป็นการส่งเสริม สืบสาน และอนุรักษ์ ประเพณีวัฒนธรรม ของท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณ ให้ยังคงอยู่ โดยทำการส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีกับคนไทยตลอดไป
    การจัดกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับวันเข้าพรรษา
    การจัดกิจกรรมวันเข้าพรรษาเพื่อให้เด็ก และเยาวชน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ที่ทำให้ประชาชนในชุมชน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ตลอดจนการร่วมแรง ร่วมใจ ของหน่วยงานต่าง ๆ และภาคประชาชน เพื่อให้ประเพณีไทย สืบต่อไป
    ปลูกฝังประเพณีวัฒนธรรมไทย
    เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคีของคนในชุมชน และทำให้ประชาชนจะได้ร่วมกันทำบุญ การปลูกฝังขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ถือว่าเป็นการยื่นข้อมูลดีๆ ให้กับเยาวชนเพื่อปลูกฝังแต่สิ่งที่ดีจะได้ช่วยกันรักษาธรรมเนียมประเพณีนี้ตลอดไป
    ไม่ว่าจะเป็นวิธีใด การเน้นแนวทางสำคัญ ที่จะนำไปสู่การอนุรักษ์ขนมธรรมเนียมประเพณี รวมไปถึง วันสำคัญต่างๆ ที่สามารถสืบทอดต่อไปจนถึงรุ่นลูก รุ่นหลานกันเลยทีเดียว

     

     

    แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 30 ธันวาคม 2020 เวลา 10:09 น.)

     
    :::กล่องแสดงความคิดเห็น:::
    rubfung